ขายบ้าน : ให้แต่งห้องขนาดจิ๋ว 24 ตรม.สวรรค์น้อยๆ หรือไม่พึ่งบิวท์อินครับ

เติมรักให้บ้านเดี่ยวอย่าให้ขาดสิ่งเหล่านี้

 

 

เติมรักให้บ้านเดี่ยวอย่าให้ขาดสิ่งเหล่านี้

 

บ้านเดี่ยวคือวิมานของเรา เชื่อว่าทุกคนสัมผัสได้ ในนอกบ้านไม่ว่าเราจะเจอเรื่องโหดร้าย แล้วหัวใจอ่อนล้าแค่ไหน  แต่ว่าเมื่อกลับบ้านแล้วเหมือนร่างกายถูกห่อหุ้มด้วยความรัก ให้ได้ไออุ่นจากคนในครอบครัวเป็นรั้วป้องกันภัย นี่แหละที่เขาเรียกว่า บ้านเดี่ยว  หลายคนเติมเต็มสิ่งที่รักไม่เหมือนกัน ซึ่งบางคนชอบแต่งบ้านสไตล์แอนทีค บางคนชอบแบบโมเดลครับ หรือบางคนชอบแบบมิกซ์แอนด์แมทจับกับผสมกันจนเกิดการลงตัว ให้ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน และไม่ว่าบ้านจะหลังใหญ่หรือเล็กแล้ว สิ่งของเหล่านั้นจะเป็นที่รักหรือไม่ ในเกือบทุกคนต้องนำมาประดับเรือน จะกลายเป็นปัจจัยที่ขาดไม่ได้  เรียกว่าไม่รักไม่ชอบไม่ได้ด้วย  แต่เป็นเรื่องจริงที่ทุกบ้านต้องมี

 

 

โทรทัศน์  เป็นเครื่องใช้กับไฟฟ้าอันดับหนึ่งที่ทุกบ้านมีไว้ดูเพื่อความเพลิดเพลินด้วย  เสน่ห์ของโทรทัศน์นอกจากจะให้ความบันเทิงใจแล้วครับ  ยังเป็นแม่เหล็กดึงดูดทุกคนในบ้านมารวมตัวกันได้อีกด้วยครับ

 

ตู้เย็น  กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นต่อปากท้องของคนในบ้าน  ให้ใส่ทุกอย่างที่เราอยากจะเก็บไว้ให้ได้นานที่สุดไม่ว่าจะเป็นอาหารปรุงสุกแล้ว แล้วหรือจะเป็นอาหารที่รอการปรุงด้วยหัวใจเพื่อสมาชิกในครอบครัว  ของประโยชน์ของตู้เย็นยังที่แปะโน้ตส่งข้อความหากันระหว่างคนในบ้านอีกด้วยครับ

 

 

แล้วเครื่องซักผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าช่วยทุนแรงการขยี้ขยำผ้า ให้ช่วยประหยัดเวลาสำหรับคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ใส่ผ้าลงเครื่องอาทิตย์ละครั้งครับ  เวลาที่เหลือสามารถเอาไปนั่งอ่านหนังสือ ให้ทำอาหารสังสรรค์สำหรับเพื่อนฝูงและครอบครัวครับ

 

 

อินเทอร์เน็ต Wi-Fi   ให้กลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกบ้านแล้ว  เพราะว่าทุกการเชื่อมต่อของคนในครอบครัวมีมากกว่า 1 ช่องทางแล้วจากเดิมคือโทรศัพท์ครับ  ปัจจุบันมีทั้งเฟซไทม์ ไลน์แล้ว  วีแชท  และแอพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ด้วย  นับเป็นข้อดีสำหรับคนในครอบครัวครับ ที่จะไม่มีคำว่าห่างหายและห่างเหินแม้เวลาไม่ตรงกันด้วย

พัดลม,เครื่องปรับอากาศ  เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งสองอย่างนี้เกือบจะทุกบ้านต้องมี ซึ่งไม่ว่าจะอย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถดับร้อนให้เย็นกายเย็นใจได้ด้วย หรือเมื่อใดที่ใครร้อนใจจากภายนอกเข้ามาด้วย ลมรักจะดับร้อนกลายจะเป็นไออุ่นอบอวลไปทั้งบ้านได้อย่างไม่น่าเชื่อครับ

 

หม้อหุงข้าว เตาแก๊ส  ในกระเพาะอาหารสำหรับทุกคนในบ้าน จะหิวโหยมาจากไหน แล้วลองมีหม้อหุงข้าวประดับบ้านไว้สักใบ จะกี่ปาก ในกี่ท้องหม้อหุงข้าวใบเดียวก็เอาอยู่ แล้วจากหิวโหยจะเปลี่ยนเป็นถวิลหา ข้าวสวยร้อน ๆ กับเมนูโปรดสักจานครับ  รับรองอิ่มท้องอิ่มใจแน่นอนด้วย

 

 

โซฟา  อ่อนล้าอ่อนแรงจากการทำงานด้วย จากการเดินทาง และยามเมื่อกลับเข้าบ้าน โซฟานุ่ม ๆ จะกลายเป็นอ้อมแขนโอบกอดรองรับร่างอันอ่อนเพลียของเราด้วยได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญสามารถต้อนรับแขกคนสำคัญของครอบครัวอีกด้วยครับ

 

 

ที่นอนบ้านใหม่ เป็นสิ่งที่ทุกบ้านนั้นต้องมี เป็นที่สุดท้ายมีไว้สำหรับพักกายด้วย ได้พักใจเพื่อเติมพลังกลับไปสู้ต่อในวันใหม่ ที่นอนนุ่มๆ หมอนนิ่มๆ ผ้าห่มอุ่นๆด้วย หลับตาแล้วทำให้รู้สึกปลอดภัยไร้กังวล

บ้านหลังใหญ่แล้วแต่ถ้าไร้ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ก็คงไม่พร้อมกับการเข้าอยู่เป็นแน่ด้วย  จะหลังใหญ่หรือหลังเล็กคงไม่สำคัญเท่ากับมีสิ่งเหล่านี้อยู่ในบ้านหรือไม่ครับ  เพราะว่านี่คือปัจจัยที่ทำให้บ้านกลายเป็นวิมาน ได้ในบัดดล  และนอกเหนือจากความรักของคนในครอบครัวนะจ๊ะ  

 

ให้แต่งห้องขนาดจิ๋ว 24 ตรม.สวรรค์น้อยๆ หรือไม่พึ่งบิวท์อินครับ

 

 

ให้แต่งห้องขนาดจิ๋ว 24 ตรม.สวรรค์น้อยๆ หรือไม่พึ่งบิวท์อินครับ

 

วันนี้ Sanook! Home เห็นไอเดียแต่งห้องของคุณ 1692682 ได้จากห้องชายคา เว็บไซต์พันทิป ดอทคอมแล้ว หากไม่นำมาแชร์คงไม่ได้ด้วย เพราะถือว่าเก่งและมีความสามารถในการจัดสรรพื้นที่ห้องสตูดิโอขนาดเล็กแค่ 24 ตรม.กับให้เป็นห้องพักแสนอบอุ่น และสวยงามได้เป็นอย่างดีด้วย พร้อมแล้วไปติดตามความคิด และการค่อยๆ แล้วลงมือสร้างสรรค์ห้องขนาดเล็กให้กลายเป็นสวรรค์ที่มีความสุขสำหรับเขากันเลยครับ

แล้วตอนเด็ก ๆ ผมฝันมาตลอดว่าอยากมีบ้านเล็ก ๆ ก็เป็นของตัวเองเพื่อที่เราจะได้ทำอะไรก็ได้ตามใจของเรา ก็ค่อย ๆ มองมาเรื่อย ๆ อยากได้ห้องที่ไม่ใหญ่มากครับ เพราะเป็นคนขี้เกียจถูบ้านที่สุด แล้วและติดรถไฟฟ้า ห้องเล็ก ๆ หาไปเรื่อย ๆ จนจะได้เจอห้องขนาด 24 ตร.ม. ห้องนี้เลยครับ

 

 

และเป็นห้องแบบ Studio นะครับ เป็นห้องเปล่า ๆ แถมชุดครัว ตู้เสื้อผ้า หรือ Build-in และตู้เก็บรองเท้าให้ครับ ตอนได้ตรวจห้องครั้งแรกบอกตรง ๆ ครับ ให้ผมหลงรักห้องตัวเองไปเลยในทันที ไม่รู้ว่าอาการอย่างนี้เรียกว่าเห่อของใหม่แล้วหรือเปล่าไม่แน่ใจนะครับ แต่ว่ามันรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ อยากย้ายเข้ามาอยู่ให้เร็วที่สุดด้วย มาดูห้องตอนว่างเปล่ากันก่อนนะครับ

 

 

ขายบ้าน แล้วพอเห็นห้องเปล่า ๆ แล้วก็เริ่มหาไอเดียครับว่าจะแต่งห้องแบบไหนดีด้วย โดยหลัก ๆ ผมตั้งเงื่อนไขในการแต่งห้องไว้ได้สองข้อคือ อยากให้ห้องดูอบอุ่น แต่ออกหวานนิด ๆ และได้เนื่องจากห้องขนาดเล็กจึงต้องเลือกสีโทนสว่างเป็นหลักด้วย ก็เปิดดูแบบห้องตาม internet ไปเรื่อย ๆ ไปจนไปเจอ Style การตกแต่งห้องแบบ Scandinavian Swedish ที่เน้นสีโทนขาวกับลายไม้จากเว็บด้วย

ถ้าหากเพื่อน ๆ คนไหนอยากเห็นมุมต่าง ๆ ของห้องข้างบนก็คลิ๊กเข้าไปที่เว็บไซต์ดังกล่าวได้เลยครับ ผมต้องขอบคุณเว็บดังกล่าวไปด้วยที่เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งห้องของผมครับ

และพอได้ต้นแบบแล้วผมก็จะเริ่มวัดขนาดของห้องทุกซอกทุกมุมครับ ได้เริ่มคิดว่าจะเอาอะไรไว้ตรงไหนทั้งนี้เนื่องจากขนาดห้องนั้นเล็กมากด้วย ให้ผมเลยต้องกุมความคิดที่ว่า “a little bit in everything” ตลอดเวลาด้วย คือพยายามให้ห้องมีทุกอย่างๆ แล้วละนิดอย่างละหน่อย อะไรที่ใช้ร่วมกันได้ก็ต้องใช้ร่วมกันด้วย เครื่องใช้ไฟฟ้าที่นำเข้ามาก็ต้องมีขนาดเล็กที่สุดด้วยเท่าที่ชีวิตผมจำเป็นต้องใช้มันครับ คืออยากให้ห้องมีทุกอย่างที่เราอยากให้มันมีอยู่ด้วย แต่ก็ต้องไม่กินพื้นที่เกินไปด้วยครับ

ได้เริ่มต้นมาวัดขนาดห้องกันก่อนนะเลยครับ

 

 

เป็นในภาพข้างต้นเป็นรูปที่ทางโครงการให้มานะครับ เฟอร์นิเจอร์ที่โครงการมีมาให้คือทุกชิ้นในห้องน้ำ ทุกชิ้นในโซนครัวและก็ตู้เสื้อผ้า ของ Built-in เท่านั้นครับ และอีกหนึ่งอย่างที่โครงการให้แต่ไม่มีอยู่ในรูปคือตู้ใส่รองเท้า แล้วที่เหลือในรูปนั้นไม่มีเลยตามรูปห้องที่ผมโพสไว้ด้านบนเลยครับ

ได้พอวัดขนาดทุกอย่างเสร็จผมก็เริ่มวางแผนว่าจะเอาอะไรไว้ตรงไหนเริ่มจาก ในเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ ๆ ที่สำคัญเช่นโต๊ะทำงานกับเตียงนอนก่อนแล้วค่อยๆ ไล่ ๆ ไปครับครับ เดินดูทุกห้างทั้ง Index, SB และ IKEA แล้วพบว่าสุดท้ายแล้วเฟอร์นิเจอร์แบบที่ผมต้องการดันไปอยู่ที่ IKEA เสียหมด หรือ จริง ๆ อาจจะเพราะว่าเขามาจาก Sweden แหละมั้งเลยครับ ดังนั้นห้องผมจึงกลายเป็นห้อง IKEA ไปเลยครับ ผมจะพาไปดูทีละห้องด้วยนะครับ เริ่มจากห้องที่แต่งน้อยที่สุดก่อนนั้นคือห้องน้ำเลยครับ

โซนห้องน้ำ
ในโซนนี้ผมดูแล้วด้วยก็แทบจะใส่อะไรเพิ่มไม่ได้เลยเพราะว่ามันเรียบง่าย สวย และก็เต็มพื้นที่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว เลยเพิ่มได้แค่สองชิ้นที่จำเป็นด้วย คือ

ในในโซนเปียกผมติดที่วางสบู่กับยาสระผมเพิ่มเข้าไปครับด้วย

ในส่วนของในโซนแห้งผมเค่พิ่มแที่แขวนเสื้อผ้าแบบคล้องประตู ก็คือไม่อยากเจาะประตูกลัวห้องช้ำด้วย อยู่ในมุมขวาบนของรูปเลยครับ แค่นี้ผมว่าห้องน้ำผมก็สวยพอแล้วเลยครับ แล้วจะใส่มากกว่านี้กลัวจะรกเลยขอแค่นี้ละกันด้วย

ไปดูโซนห้องครัวกันต่อดีกว่าครับ

โซนห้องครัว
ได้โซนห้องครัวผมก็จะใส่เฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นไปด้วย 4 ชิ้น ก็คือ

มีไมโครเวฟอันนี้ยกมาจากบ้านเก่าใช้มา 10 ปีแล้ว และยังไม่พังก็ใช้กันต่อไป และที่แขวนผ้าเช็ดมือครับ และเนื่องจากผมไม่อยากจะให้เอาอะไรมาวางด้านบนเพราะกลัวมันจะดูรกด้วย ผมเลยไปซื้อที่วางจานขนาดเล็กมาใส่ไว้ในลิ้นชักเลยครับ

แล้วอีกฝั่งเป็นของช่องใส่ตู้เย็นที่ทางโครงการออกแบบไว้พอดิบพอดีครับ

ในตอนถ่ายลืมปิดประตูห้องน้ำครับ ขออภัยด้วย ของตู้เย็นเป็นของเก่าที่ย้ายเข้ามาครับใช้มา 10 ปี ยังไม่พังเช่นกันก็ใช้กันต่อไป ไปในอนาคตผมตั้งใจว่าที่ว่างบนตู้เย็นยังคงสร้างชั้นวางของเพิ่มอาจจะ Build-in เพราะคิดว่าคงหาชั้นที่ขนาดพอดีกับช่องยากด้วย อย่างไรก็ตามแต่มันเป็นเรื่องของอนาคตเลยครับ

โซนห้องเก็บของ
เนื่องจากห้องเล็กครับ แล้วเลยต้องออกแบบตู้เก็บห้องให้สูงและเต็มที่สุด ได้เลยตู้บิลลี่ของ IKEA มาครับ

 

 

ในผมพยายามจะเก็บของจัดเป็นกลุ่ม ๆ ในแล้วยัดใส่กล่องไว้เพื่อให้ใส่ของได้เยอะขึ้น ไม่ทำให้ห้องดูรกเกินไปครับ ตัวอย่างเช่นด้วย

 

ในกล่องใส่อุปกรณ์เครื่องเขียนครับ แล้วจะใช้งานก็ดึงกล่องออกมาแล้วหยิบใช้ง่ายและหาของง่ายมากครับ

 

 

ในกล่องสีส้มสามกล่องใส่ของต่างชนิดกัน มีส่วนชั้นล่างสุดเป็นตู้เก็บรองเท้าของผมครับ ของที่โครงการแถมมาผมเอาออก หรือ ใครสนใจซื้อต่อติดต่อได้ครับ แล้วในอนาคตผมคิดว่าจะหากล่องที่ลายเหมือน ๆ กันมาใส่รองเท้าแทนได้ จะได้ดูไปในทางเดียวกันครับ

โดยโซนห้องทำงานและโซนรับประทานอาหาร
แล้วมาดูโซนห้องทำงานและรับประทานอาหารกันบ้างนะครับ หรือ ที่น้อยก็ใช้ร่วมกันไปเลยละกัน

 

 

ในเนื่องจากเวลาผมทำงานผมจะวางหนังสือมากมายเต็มโต๊ะเลยครับ ให้ผมจึงจำเป็นต้องใช้โต๊ะขนาดใหญ่พอสมควร เลยไปซื้อโต๊ะขนาด 156 ซม. มา แล้วโต๊ะนี้ใช้เป็นทั้งโต๊ะทำงานและกินข้าวไปด้วยกันเลยนะครับ ในด้านบนติดเพดานผมเพิ่มชั้นวางของเบสตัวจาก IKEA แล้วไปสามกล่องแบบมีประตูปิดเอาไว้ปกปิดความรกของห้องครับ ของรก ๆด้วย ผมจะซ่อนไว้ข้างบนหมด และก็ด้านข้างโต๊ะทำงานเป็นพื้นที่สำหรับชั้นวางของ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่มีของอันนี้ยกมาจากบ้านเก่าครับ เลยเห็นว่าเป็นลายไม้และขนาดเข้าช่องได้พอดีอย่างสวยงามด้วย ในอนาคตพื้นที่กำแพงที่ว่างอยู่ผมจะซื้อทีวีขนาด 55 ให้มาติด อยากได้ TV 3 มิติ ราคาต่ำกว่า 3 หมื่นบาท ไม่รู้ต้องรออีกกี่ปีถึงจะได้ราคานี้ก็คงต้องรอไปก่อนด้วย

แล้วในโซนห้องทำงานเห็นเรียบร้อยแบบนี้มีความลับอยู่เหมือนกันนะครับนั่นก็เลยคือกล่องใส่ของใต้โต๊ะครับ หากเปิดออกมาจะเจอกับด้วย

โดยเป็นที่เก็บอุปกรณ์ที่มีสายไฟรก ๆ ทั้งหมด ทั้ง กับ Harddisk DVD-Rom ที่จะชาร์จนู้นนี่นั่นโน้นต่าง ๆ ครับ และด้วยเนื่องจากของข้างในส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์อิเลคโทรนิคจะซึ่งคายความร้อน ผมกลัวว่าภายในจะร้อนเกินไปผมจึงไปต้องเจาะช่องด้านหลังเพิ่มเพื่อระบายความร้อนเลยด้วย

 

 

โดยที่เท่านั้นยังไม่พอด้วย แล้วใต้โต๊ะผมยังมีรางเก็บสายไฟเพื่อซ่อนความรกอีกชุดนึงเลยครับ

 

 

คอนโด โดยโซนห้องนอนและห้องนั่งเล่น
แล้วโซนห้องนอนตอนแต่งนี่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาหลายรอบมากครับ ในตอนแรกอยากได้เตียงสูงแบบในเวบ iurban เพื่อที่อยู่ด้านล่างจะวางโซฟาไว้นั่งดูทีวีที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม แต่ว่าพอวัดความสูงเพดานแล้วคิดว่าไม่เวิร์กแน่ด้วย เลยคิดว่าจะทำอย่างไรดีคิดไปคิดมา ไปบวกกับเดินดูเตียงหลาย ๆ แบบเลยไปพบเตียงแบบเดย์เบดด้วย ที่เหมาะจะเป็นทั้งเตียงและโซฟาภายในตัวเดียวกันเลย เลยสรุปได้เตียงแบบนี้มาครับ

แล้วซึ่งในบรรดาเฟอร์นิเจอร์ที่หามาทั้งหมดผมชอบเตียงนี้มากสุดเลยครับ เพราะว่ามันมีความว้าวและแก้ปัญหาหลายอย่างมากด้วย อย่างแรกคือบ้านเดิมผมต้องใช้ตู้เสื้อผ้าถึงสองตู้ หรือเสื้อผ้าเยอะมาก แล้วย้ายมาบ้านใหม่ไม่มีที่พอจะเพิ่มตู้เสื้อผ้าอีกตู้หนึ่งด้วย ก็ได้เตียงนี่แหละมาช่วยชีวิตไว้เพราะมันทำอย่างนี้ได้ครับครับ

 

แล้วในความว้าวของเตียงยังไม่จบเพียงเท่านี้นะครับ เพราะว่ามันยังสามารถทำสิ่งนี้ได้เลยด้วย

 

ถ้าหากนอนคนเดียวเหงาสามารถระเบิดออกมาเป็นเตียงคู่ได้ด้วย ได้เจ๋งมาก ๆ ครับ

ในอนาคตพื้นที่กำแพงว่าง ๆ ด้วยเหนือเตียงผมคงหาสติ๊กเกอร์เก๋ ๆ มาติดให้นะครับ

โซนห้องแต่งตัว
แล้วโซนนี้ประกอบไปด้วยเฟอร์นิเจอร์สองชิ้นนะครับคือของตู้เสื้อผ้ากับตู้กระจก

 

 

ในอย่างแรกคือตู้เสื้อผ้าครับ เป็นแบบ Built-in ที่ทางโครงการแถมมาให้ เปิดตู้มาเป็นแบบนี้ครับ

 

แล้วในเนื่องจากเสื้อผ้าผมเยอะมาก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตู้นี้ผมจึงติดตั้งในราวแขวนกางเกงเพิ่มครับ แล้วเป็นแบบสองราวคู่กันไปเพื่อให้ใส่กางเกงเข้าไปเพิ่มได้เป็นได้สองเท่าครับ

 

 

ในความพิเศษของราวคู่ที่ผมติดตั้งเพิ่มไปนี้อีกอย่างคือ แล้วในอนาคตหากผมต้องการใส่ของชิ้นใหญ่อย่างอื่นก็สามารถถอดราวออกได้ง่าย ๆ ในแบบนี้ครับ

 

 

แล้วสำหรับตู้กระจกมองด้านหน้าก็ดูเรียบง่ายเรียบร้อยมากนะครับ แต่ถ้าหากสังเกตดี ๆ จะเห็นความพิเศษของมันซึ่งก็คือสิ่งนี้เลยครับ

แล้วมันมีที่ซ่อนหลังกระจกไว้ใส่ของอาทิเช่นเครื่องสำอางต่าง ๆได้ ของผมได้ครับ ผมชอบมาก ๆ ตู้นี้

โซนอ่านหนังสือ

 

แล้ว สำหรับมุมนี้ตั้งใจไว้นั่งอ่านหนังสือและชมวิวแบบชิว ๆ ระหว่างวันครับ ให้เลยเอาตู้หนังสือและเก้าอี้ Bean Bag ใน รูปกบมาวางไว้ ชิลมาก ๆ เก้าอี้ก็นั่งสบายมาก ๆ ครับ

โซนล้างซักตาก
ได้เป็นโซนสุดท้ายของบ้านผมแล้วนะครับ แล้วซึ่งโซนนี้เป็นมุมซักและตากผ้าครับ ไปอยู่บริเวณระเบียงห้อง และแล้วเนื่องจากที่ตากน้อยเลยต้องเลือกเครื่องซักผ้าแบบอบผ้าได้เลยเผื่อใช้กรณีฉุกเฉินครับ จะเลือกไซส์เล็กสุดตามแนวคิด a little bit in everything มากครับ

 

แล้วให้วางเครื่องซักผ้าก็เต็มระเบียงแล้วครับ แต่ถ้าว่าพยายามใช้พื้นที่ให้คุ้มพื้นที่ระหว่างตู้คอมเพรสเซอร์แอร์ให้กับเครื่องซักผ้าเลยหาตะขอมาเกี่ยวไว้แขวนของต่าง ๆ และซอกข้าง ๆ ในเครื่องซักผ้ายังไว้วางจักรยานได้อีกหนึ่งคันเลยครับ
แล้วนอกจากนั้นช่องระหว่างท่อกับกำแพงผมยังเอาไว้วางไม้กวาดกับไม้ถูพื้นอีกด้วย

 

ในสำหรับราวตากผ้านี้ต้องยกไว้บนสุดเลยครับ

ทาวน์เฮาส์ ถ้าหากไม่ยกสูงขนาดนี้เวลาตากผ้าจะปิดประตูไม่ได้ครับ

และให้ทั้งหมดนี้ก็คือสวรรค์น้อย ๆ ของผมครับ อาจจะแต่งได้ไม่ดีเท่าแบบที่มองไว้ตอนแรกด้วย แต่ผมชอบมาก ๆ ครับ แล้วทำให้ผมเข้าใจความรู้สึกของคนที่ชอบอยู่บ้านขึ้นมาก ในทุกวันนี้ไม่ค่อยอยากออกไปไหน และอยากนั่งอยู่บ้านอ่านหนังสือชิล ๆ ไปเรื่อย ๆ ครับ ขอบคุณทุกคนที่จะอ่านจนจบนะครับ แนะนำสิ่งใดผมยินดีรับฟังด้วยครับ สงสัยประการใดผมยินดีตอบเช่นกัน

ในสุดท้ายนี้ขอปิดด้วยรูปภาพห้องเล็ก ๆ แต่ว่ายิ่งใหญ่ในใจผมรูปนี้นะครับ สวัสดีครับ

 

 

ซึ่งนับถือไอเดียของเจ้าของห้องๆ นี้จริงๆ เลยค่ะ น่าจะเอาไปใช้เป็นต้นแบบอันสร้างสรรค์จริงๆ สามารถเข้าไปดูข้อด้วย

 

 

Only registered users can comment.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *